Google Ads ตัดเงินยังไง ? เคลียร์เรื่องเงินก่อนเริ่มวิ่งแอด

Google Ads หักเงินยังไง? 5 ประเด็นที่ต้องรู้ ถ้าไม่อยากให้โดนหักเงินเอง

การทำ Google Ads นอกจากเรื่องการตั้งค่าแคมเปญต่างๆ ก็จะมีเรื่องการตัดเงินจ่ายเงินนี้แหละ ที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากเราตั้งค่าผิดวิธี อาจจะโดนเรียกเก็บเงินจาก Google โดยไม่รู้ตัว

เรื่องใหญ่ที่สุดของการทำโฆษณาคือ เงิน เพราะเป็นปัจจัยหลักที่เพื่อนๆ หลายคนกังวลก่อนเริ่มทำ Google Ads บทความนี้ผมจะอธิบายเรื่อง Google Ads ตัดเงินยังไง มีกี่วิธี แต่ละวิธีแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหา ผมอยากแนะนำให้อ่านบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Google Ads เพิ่มเติม

1. Google Ads จ่ายเงินยังไง

Google Ads ใช้ฟรีก็จริง แต่การจะให้โฆษณาแสดงผลหรือวิ่งได้ ต้องใช้เงินในการทำงาน

เพื่อนๆ บางคนอาจคุ้นเคยกับการหักเงินบริการของ Google บ้าง ไม่ว่าจะเป็น Google Play, Google Cloud ซึ่งแต่ละการตั้งค่าการเงินของบริการไม่เหมือนกัน

สำหรับเพื่อนๆ ที่ตั้งค่า Google Ads เป็นประเทศไทย สกุลเงินบาท Google Ads อนุญาตให้จ่ายเงินสามรูปแบบตามวิธีการชำระเงินของ Google Ads ดังนี้ True Money Wallet, Credit Debit card, Monthly invoicing

ซึ่งการตั้งค่าประเทศ สกุลเงิน ต้องตั้งค่าตอนสร้างบัญชีจะเปลี่ยนภายหลังไม่ได้ ถ้าจะเปลี่ยนคือต้องสร้างบัญชีใหม่

ทีนี้เราจะทำยังไงให้ระบบสามารถตัดเงินหรือเติมเงินจากบัญชีเราเข้าระบบยังไง มาดูวิธีการชำระเงิน (Payment Method) ที่ระบบมีทั้งหมด เพื่อนๆ สามารถเลือกได้ตามความสะดวกเลย

1.1 จ่ายเงินผ่าน True Money Wallet

Google Ads ยอมให้เราผูกบัญชี True Money Wallet ในการเติมเงินหรือหักเงินค่าโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นการผูกกับอีเมลหรือเบอร์ หรือแม้กระทั่งใช้เป็นบัตร Visual Card ในบัญชี True Money ก็ยังได้

True Wallet ใช้ใน Google Ads ได้

ข้อดี คือการใช้ True Money Wallet สะดวก ควบคุมงบได้ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการควบคุมงบ เพราะเติมงบที่เรารับได้ในบัญชี True Money ระบบก็จะตัดตามที่เรามี

ข้อเสีย คือเพื่อนๆ อาจต้องกดเติมเงินเองบ่อย เพราะถ้าลืมโฆษณาจะไม่แสดงเลย

1.2 จ่ายเงินผ่าน Credit / debit card

เพื่อนๆ ที่มีบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิตของธนาคารสามารถใช้งานบัตรทั้งหลาย เพื่อการตัดเงินโฆษณาได้ ไม่ว่าจะเป็น Visa, MarsterCard ก็สามารถทำได้หมด

บัตรเดบิต เครดิตใช้ใน Google Ads ได้

ข้อดี คือการตัดเงินแบบนี้คือ สะดวก ง่าย เพราะเพื่อนๆ ทุกคนคุ้นเคยกับบัตรเดบิตหรือเครดิตอยู่แล้ว เพียงแค่กรอกข้อมูลการเงินเข้าไปก็ใช้ได้เลย

ข้อเสีย คือเราอาจต้องตรวจสอบการแจ้งเตือนบัตร เพราะถ้าบัตรเพื่อนๆ ผูกกับบริการอื่นๆ อาจสับสนในการจัดการได้ และต้องดูเงินในบัตรด้วย เพราะระบบอาจตัดไม่ได้ เนื่องจากเงินไม่พอ

1.3 จ่ายเงินผ่าน การแจ้งหนี้รายเดือน (Monthly invoicing)

Monthly invoicing คือ การให้เครดิตในการทำโฆษณา และจ่ายเงินภายในระยะเวลาที่กำหนดในเดือนถัดไป คล้ายๆ กับบัตรเครดิตที่ธนาคารยอมให้เราใช้เงินของเขาก่อน และจ่ายคืนเมื่อถึงเวลาที่กำหนด

Invoicing เหมือนบัตรเครดิตที่ Google ให้เราใช้ไปก่อน จ่ายทีหลัง

แต่ ไม่ใช่ทุกบัญชีจะมีรูปแบบการตัดเงินแบบ Monthly invoicing เพราะต้องยื่นเรื่องไปทาง Google Support เพื่อขอเครดิต รูปแบบการชำระเงินแบบนี้ มักใช้กับบัญชีขนาดใหญ่

ข้อดี คือบริหารจัดการได้ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องบัตรตัดอัตโนมัติหลายรอบ หรือบัตรเงินไม่มีเพียงพอ

ข้อเสีย คือต้องโอนเงินเข้าบัญชีของ Google ตรงเวลา เพราะถ้าเลยเวลา บัญชีอาจโดนระงับได้

ข้อควรระวังสำหรับการใช้บัตร

1. เงินในบัญชีไม่พอ

เมื่อระบบ Google Ads ตัดเงินจาก True Wallet ไม่ได้ อาจเกิดจากเงินไม่เพียงพอในบัญชีของเรา

ทำให้ระบบเรียกเก็บจากบัญชีไม่ได้ ส่งผลให้โฆษณาไม่ทำงาน ซึ่งเมื่อเพื่อนๆ เติมเงินในบัญชีแล้ว แนะนำให้กดแก้ไขหรือ อัปเดตข้อมูลการชำระเงิน เพื่อให้ระบบจำได้ว่าบัตรเราใช้งานได้แล้ว

2. ธนาคารยังไม่เปิดระบบหักเงินออนไลน์

เพื่อนๆ ที่มีบัตรเครดิต หรือเครดิต และต้องการตัดเงินกับบัตร อาจทำไม่ได้ในครั้งแรก เพราะธนาคารอาจยังไม่เปิดให้ใช้การตัดเงินออนไลน์

วิธีแก้ปัญหาคือ เพื่อนๆ ต้องโทรหา Call center ของบัตร เพื่อขออนุญาตให้ใช้บัตรตัดเงินออนไลน์จาก Google Ads เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดใช้แล้ว จึงสามารถใช้งานได้

3.มีขั้นต่ำในการกดเติมเงิน

การกดเติมเงินด้วยตัวเองจะต้องกดเติมขั้นต่ำ 400 บาท จะเติมวันละ 100 ไม่ได้ ดังนั้นเพื่อนๆ อาจต้องวางแผนการเติมเงินให้ผ่านเกณฑ์นี้ด้วย

2. Google Ads ตัดเงินยังไง

เมื่อเพื่อนๆ รู้แล้วว่า Google สามารถหักเงินจากบัญชีเราด้วยวิธีไหนบ้าง มาถึงจุดที่เราต้องรู้ว่า Google Ads มีการตัดเงินค่าโฆษณายังไงบ้างในแต่ละ วัน เดือน

2.1 การชำระด้วยตัวเอง (Manual Payment)

การชำระเงินด้วยตัวเอง คือ การเติมเงินเข้าบัญชี Google Ads จากนั้นระบบจะแสดงโฆษณาตามเงินที่เรามีในบัญชี เงินหมดโฆษณาหยุดวิ่ง

วิธีชำระเงินด้วยตัวเอง เพื่อนๆ ต้องหมั่นเติมเงินรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน ซึ่งเพื่อนๆ ต้องมานั่งคำนวณว่าในแต่ละวัน เราจะใช้เงินค่าโฆษณาเท่าไหร่

จากนั้นเพื่อนๆ ต้องกด “เติมเงิน (Add Fun)” ในบัญชี เพื่อให้ระบบรู้ว่าเรามีเงินสำหรับค่าโฆษณา

เมื่อเงินใกล้หมดจะมีการแจ้งเตือน

วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการควบคุมงบใน และไม่อยากกังวลเรื่องระบบจะตัดเงินเกินในบัญชี

เพราะบัตรที่เราผูกไป ระบบจะไม่วิ่งมาตัดในบัตร แต่จะใช้เงินที่เราเติมในบัญชีเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น หากงบประมาณค่าโฆษณาต่อวันคือ 300 บาท ผมแนะนำให้เพื่อนๆ เติมเงิน 2100 บาท เพื่อให้โฆษณาแสดงผลอย่างน้อย 7 วันโดยไม่หยุดซ่ะก่อน

2.2 การตัดเงินอัตโนมัติ (Automatic Payment)

การตัดเงินอัตโนมัติ คือ การที่ระบบจะให้เราโฆษณาไปก่อน เมื่อมีค่าใช้จ่ายโฆษณาเกิดขึ้นระบบจะตัดเงินอัตโนมัติอยู่สองกรณีแล้วแต่ว่าอย่างใดจะถึงก่อน

– ตัดเงินอัตโนมัติทุกวันที่ 1 ของเดือน

ระบบจะตัดเงินอัตโนมัติทุกวันที่ 1 ของเดือนไม่ว่าจะมียอดค่าโฆษณาเท่าไหร่ก็ตาม ระบบจะเรียกเก็บอัตโนมัติจากบัตรที่เราผูกไว้

– ตัดเงินอัตโนมัติเมื่อถึงเกณฑ์การชำระเงิน

ระบบจะตัดเงินอัตโนมัติเมื่อถึงเกณฑ์การชำระเงิน โดยไม่สนใจว่าจะเป็นวันที่เท่าไหร่

ตัวอย่างเช่น เกณฑ์การชำระเงินของเราอยู่ที่ 20,000 บาท เมื่อเราเปิดแคมเปญ และมีค่าใช้จ่ายโฆษณาเกิดขึ้นถึง 20,000 บาทในวันที่ 10 ระบบก็ตัดเงินจากบัตรทันที

เกณฑ์ตัดเงินอัตโนมัติ

หากเพื่อนๆ ยังคงเปิดโฆษณาและมียอดค่าใช้จ่ายเท่าเดิม ระบบก็จะตัดเงินอีกครั้งในวันที่ 20 เนื่องจากถึงเกณฑ์การชำระเงิน 20,000 บาทอีกครั้ง

และเมื่อถึงวันที่ 1 ของทุกเดือนก็จะโดนหักอีกรอบ

ดังนั้น ระบบหักเงินแบบอัตโนมัติจะสะดวกตรงที่เพื่อนๆ ไม่ต้องมานั่งกดเติมเงินเอง ปล่อยให้ระบบตัดเงินจากบัตรอัตโนมัติ แต่ก็ควรมั่นเช็คเงินในบัตรบ่อยครั้ง เพราะหากระบบตัดจากบัตรไม่ได้ โฆษณาก็จะหยุดเช่นกัน

2.3 การแจ้งหนี้รายเดือน (Monthly invoicing)

การหักเงินแบบ Monthly invoicing คือ การที่ Google ให้เครดิตการทำโฆษณา โดยค่าใช้จ่ายโฆษณาที่เกิดขึ้น เราไม่จำเป็นต้องจ่ายในระหว่างเดือน ปล่อยให้ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นได้เลย

เมื่อถึงสิ้นเดือน Google จะสรุปยอดค่าใช้จ่ายโฆษณาที่เราต้องจ่าย

การชำระเงินสำหรับบัญชีการแจ้งหนี้รายเดือนสำหรับลูกค้าคนไทยทำได้ด้วยการ “โอนเงิน” เข้าบัญชีธนาคารที่ Google กำหนด หรือจ่ายเป็น “เช็ค” และต้องโอนหรือจ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนดด้วยนะ

สรุปวิธีการตัดเงินของ Google Ads

วิธีการชำระเงินของ Google Ads ทำได้ด้วยกัน 3 วิธีคือ ใช้ True Money Wallet, บัตรเดบิตหรือเครดิต, ใช้การแจ้งหนี้รายเดือน (Monthly invoicing)

ในส่วนของการตัดเงินค่าโฆษณา Google Ads ทำได้ด้วยกัน 3 วิธีเช่นเดียวกันคือ การชำระด้วยตัวเอง (Manual Payment), การตัดเงินอัตโนมัติ (Automatic Payment), การแจ้งหนี้รายเดือน

แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกแบบ ซึ่งผมมองว่าเพื่อนๆ สามารถเลือกใช้ได้ทุกวิธี แล้วแต่ว่าธุรกิจของเพื่อนๆ มีวิธีการบริหารเงินอย่างไร

หากเพื่อนๆ ไม่มั่นใจว่าธุรกิจที่ทำอยู่เหมาะกับการชำระเงินแบบใด

สามารถทักไลน์ปรึกษาการทำโฆษณาฟรีกับเราได้ เรายินดีให้คำแนะนำ