5 ข้อที่คนทำเว็บ E-commerce ควรทำ ก่อนโฆษณาบน Google Ads

5 ข้อ ที่คนทำเว็บ E-commerce ควรทำ เพื่อให้ทำโฆษณา Google Ads ราบรื่น

ในปี 2019 เกิดเหตุการณ์สำคัญที่กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการซื้อของออนไลน์อย่างไม่มีวันกลับ บวกกับการมาของแพลตฟอร์มวิดีโอ มาร์เก็ตเพลส เป็นตัวกระตุ้นให้เราซื้อของออนไลน์กันมากขึ้น

ผ่านไปช่วงระยะหนึ่ง เมื่อเพื่อนๆ เห็นว่าในแพลตฟอร์มมีการเปลี่ยนแปลงของ “อัลกอริทึม” ตลอดเวลา ไหนจะกฏเกณฑ์ที่ปรับเปลี่ยนแทบทุกวัน จนตามไม่ทัน ไหนจะค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มที่เราต้องเสียส่วนแบ่งกำไรให้

จึงคิดอยากขายของในพื้นที่ของตัวเอง จึงคิดว่าทำเว็บ E-Commerce อาจจะดีกว่ากับธุรกิจ ประกอบกับพฤติกรรมของลูกค้า ที่ไม่ว่าจะมีแพลตฟอร์มใดๆ เข้ามา สุดท้ายแล้ว ลูกค้าก็ค้นหาทุกอย่างผ่าน Google Search

เลยอยากทำเว็บไซต์ E-commerce เพื่อขายของบนพื้นที่ตัวเอง แต่ยังไม่รู้ว่าทำเว็บ E-commerce ยังไงให้โฆษณาบน Google Ads มีประสิทธิภาพที่สุด

ตัวอย่างหน้าหลักเว็บ E-commerce
ตัวอย่างหน้าหลักเว็บ E-commerce

บทความนี้ผมจะอธิบาย 5 ข้อ ที่เว็บไซต์ E-commerce ควรมีก่อนทำโฆษณาบน Google Ads หรือ หากไม่แน่ใจว่าทำ Google Ads ดีหรือไม่ ลองย้อนไปอ่านบทความ ทำ Google Ads ดีไหม? ที่ทางเราเขียนไปก่อนหน้าครับ

1. ต้องทำเว็บไซต์ E-commerce ที่ขายสินค้าตามนโยบาย Google Ads

เพื่อนๆ อาจตรวจสอบข้อกฎหมายมาแล้วว่า สินค้าของเพื่อนๆ สามารถขายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายไทย

สินค้าที่ขายได้ตามกฎหมายไทย ไม่ได้ขายได้ใน Google Ads เสมอไป

เพื่อนๆ ต้องตรวจสอบรายละเอียดสินค้าที่อนุญาตขายผ่านโฆษณา Google Ads ได้ที่ Google Ads policies หรือ Shopping ads policies เท่านั้น

นโยบายสินค้า Shopping
นโยบายสินค้า Shopping

แต่เมื่อเพื่อนๆเข้าไปอ่านแล้ว อาจรู้สึกว่า นโยบายเยอะมาก จนไม่กล้าทำโฆษณา หรือลงทุนทำเว็บ E-commerce

นโยบาย Shopping ดังกล่าวคล้ายๆ กับกฎหมายไทยอยู่แล้ว ซึ่งเราอาจสรุปได้ว่า

สินค้าส่วนใหญ่ที่ขายได้ตามกฎหมายไทย ย่อมทำโฆษณาใน Google Ads ได้

ตัวอย่างสินค้าที่ไม่อนุญาตให้ทำโฆษณาใน Google Ads

  • สินค้าลอกเลียนแบบ
  • ผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตราย เช่น พลุไฟ
  • ผลิตภัณฑ์ที่เปิดโอกาสให้กระทำการฉ้อฉลหลอกลวง เช่น เอกสารปลอม
  • สินค้าสำหรับผู้ใหญ่
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • เนื้อหาเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพ

แต่ !!!! อาจมีสินค้าบางอย่างที่กฎหมายไทยอนุญาต แต่ยังไม่ได้รับอนุญาต เช่น พืชบางชนิด

บางสินค้า เพื่อนๆ อาจสงสัยว่าทำได้หรือไม่ เพื่อนๆ สามารถปรึกษาทำ Google Ads กับเราก่อนได้ เพื่อรับคำแนะนำในการเลือกแคมเปญ และการทำเว็บไซต์ รวมถึงให้คำแนะนำว่า สินค้าดังของเพื่อนๆ ทำโฆษณาได้ไหม

2. ต้องทำเว็บ E-commerce ให้มีนโยบายการคืนเงิน คืนสินค้า

การขายสินค้าอาจมีบางครั้งที่เราต้องคืนเงิน หรือคืนสินค้าในบางกรณี เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อลูกค้า ซึ่ง Google ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ จึงกำหนดว่า

เว็บไซต์ที่ทำโฆษณา Shopping ต้องมีนโยบายคืนเงิน คืนสินค้าอย่างชัดเจน

ด้วยเหตุนี้ เพื่อนๆ ต้องทำเว็บ E-commerce ให้มีหน้าระบุนโยบายเกี่ยวกับการคืนเงิน การคืนสินค้า เพราะ นโยบายการคืนเงิน คืนสินค้า เป็นข้อบังคับของการทำโฆษณา Shopping

เพื่อนๆ สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายได้ที่บทความวิธีแก้ไข: ไม่มีนโยบายการคืนสินค้าและคืนเงิน ควรทำหน้านโยบายคืนสินค้า คืนเงินแยกออกมาจากหน้าอื่นๆ และควรมีลิงก์ให้กดได้จาก Footer ในหน้าหลัก

แต่หากเพื่อนๆ ยังไม่ทราบรายละเอียดการเขียนนโยบายคืนเงิน การคืนสินค้า สามารถปรึกษาทำเว็บ E-commerce กับเราได้ฟรี

3. ต้องทำเว็บ E-commerce ต้องซื้อได้โดยไม่ได้เป็นสมาชิก

เพื่อนๆ หลายคนที่คิดทำเว็บไซต์ E-commerce อาจคิดว่า เว็บไซต์ต้องให้สมาชิกซื้อของได้เท่านั้น เพราะเพื่อนๆ สามารถเก็บข้อมูล ติดตาม วิเคราะห์ข้อมูลในทางการตลาดได้

แต่การทำเว็บไซต์ E-commerce เพื่อโฆษณา Google Ads นั้นต่างออกไป

ตัวอย่างซื้อโดยไม่เป็นสมาชิก
ตัวอย่างซื้อโดยไม่เป็นสมาชิก

เพื่อนๆ ต้องทำเว็บไซต์ E-commerce ให้ผู้ใช้ที่ไม่ใช่สมาชิกซื้อของได้โดยไม่ต้องลงชื่อเข้าใช้ ตั้งแต่การเข้าถึงหน้าเว็บ เลือกซื้อสินค้า จนถึงหน้าการชำระเงิน นี้เป็นกฎของการทำโฆษณา Shopping ของ Google Ads

เพราะคนที่เห็นโฆษณาเรา อาจเป็นลูกค้าใหม่ ที่ไม่เคยเป็นสมาชิก

เราจึงต้องทำเว็บ E-commerce สำหรับทุกคน

ซึ่งจริงๆ เป็นผลดีกับเพื่อนๆ ในทางอ้อม เพราะลูกค้าที่ไม่ยอมสมัครสมาชิก หากติดใจสินค้าของเพื่อนๆ แล้ว เขามีโอกาสเป็นสมาชิกของเราในอนาคตได้

4. ต้องทำเว็บ E-commerce ให้ชำระเงินผ่านฉลุย

เว็บไซต์ E-commerce ที่ดี ต้องทำให้การชำระเงินสมบูรณ์โดยไม่มีข้อผิดพลาดเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว เพราะลูกค้าจะได้มีความมั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูล ให้ลูกค้ารู้สึว่า จ่ายเงินแล้วได้ของแน่นอน

ตัวอย่างการชำระเงิน E-commerce
ตัวอย่างการชำระเงิน E-commerce

ซึ่งหากเพื่อนๆ ทำจุดนี้ได้ดีอยู่แล้ว ย่อมผ่านนโยบายข้อนี้ แต่มีข้อควรระวังนิดหนึ่งตรงที่ รูปแบบการชำระเงินที่รองรับในหน้าแรก ต้องทำได้จริงในหน้าสุดท้าย

เช่น หากเพื่อนๆ บอกว่ารองรับ Apple Pay ในช่องการจ่ายเงินหลังเลือกสินค้า ต้องมีตัวเลือกให้จ่ายกับ Apple Pay ได้ด้วย

5. ต้องทำเว็บ E-commerce ให้มีข้อมูลติดต่อครบถ้วน

ชื่อบริษัท ที่อยู่ เบอร์ติดต่อในหน้า Footer คือสิ่งที่ต้องมีในหน้าเว็บไซต์ หากต้องการทำโฆษณาใน Google Ads

เพราะเป็นนโยบาย Shopping ที่เว็บไซต์ต้องระบุข้อมูลติดต่อในหน้าเว็บไซต์

หน้าข้อมูลติดต่อ
หน้าข้อมูลติดต่อ

ข้อสำคัญของการทำเว็บ E-commerce เพื่อทำโฆษณา Google Ads

การทำเว็บไซต์ E-commerce ที่ดี เพื่อนๆ ต้องให้เว็บไซต์ สามารถเข้าได้ได้จากทุกที่ ทั่วโลก ทุกอุปกรณ์ หรือที่เรียกว่า Responsive คือ การยืดหยุ่นไปตามหน้าจออุปกรณ์

เพราะเป็นนโยบายของ Google Ads ว่า เว็บไซต์ต้องสามารถเข้าถึงได้จากทุกประเทศ ทุกรูปแบบอุปกรณ์

ปกติลูกค้าที่จ้างเราทำเว็บไซต์ E-Commerce เราออกแบบเว็บไซต์ให้รองรับ SEO, SEM, รองรับ Desktop Tablet Mobile ซึ่งเป็นมาตรฐานของเรา ที่ทุกเว็บต้องผ่านมาตรฐานของ Google ด้วย

สรุป

การทำเว็บไซต์ E-commerce ทำโฆษณา Google Ads ให้ผ่าน เพื่อนๆ ต้องขายสินค้าถูกต้องตามนโยบาย เว็บไซต์เข้าถึง กดสั่งซื้อ ใส่ตะกร้าแม้ไม่เป็นสมาชิก

  • เว็บไซต์ต้องแสดงรูปแบบการชำระเงินที่รองรับในหน้าแรก และต้องใช้ได้จริงในหน้าจ่ายเงิน
  • เว็บไซต์ต้องมีนโยบายการคืนสินค้า คืนเงินอย่างชัดเจน มีข้อมูลการติดต่อครบถ้วน
  • เว็บไซต์ต้องสามารถเข้าถึงได้จากทั่วโลก ทุกอุปกรณ์

เพื่อนๆ ที่มีเว็บไซต์ที่ผ่านข้อกำหนดทั้งหมด เพื่อนๆ สามารถเริ่มทำโฆษณา Google Ads ได้ทันทีเลยครับ

หากเพื่อนๆ ต้องการขายสินค้าบนเว็บของตัวเอง แต่ยังไม่มีเว็บไซต์ หรือยังไม่มีไอเดีย สามารถปรึกษาเราได้ เพราะเรารับทำเว็บไซต์ E-commerce ให้สามารถทำโฆษณาบน Google Ads ได้

หรือหากเพื่อนๆ งบน้อย อยากฝึกสร้างเว็บไซต์ฟรี ด้วยตัวเองที่บ้าน ผมมีวิธีมาแนะนำครับ 7 วิธี สร้างเว็บไซต์แบบ No-Code ฟรีๆ