7 วิธี ออกแบบเว็บไซต์ฟรี สร้างเว็บไซต์แบบ No-Code

7 วิธี ออกแบบเว็บไซต์ฟรี สร้างเว็บไซต์แบบ No-Code

เมื่อก่อนถ้าเราจะสร้างเว็บไซต์สักเว็บ จำเป็นต้องจ้างโปรแกรมเมอร์เท่านั้น เพราะมันยากและซับซ้อน ไม่ได้มีเครื่องมือที่สะดวกเหมือนสมัยนี้ ซึ่งเป็นที่มาของบทความนี้ครับ

ในบทความนี้ผมจะมาแนะนำ 7 เครื่องมือ ออกแบบเว็บไซต์ฟรี แนะนำจากประสบการณ์จริง เครื่องมือที่เราสามารถสร้างเว็บไซต์ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องเขียน Code เลย

7 วิธี ออกแบบเว็บไซต์ฟรี แบบ No-Code

1. Google Site

ออกแบบเว็บไซต์ฟรี ด้วย Google Site
ออกแบบเว็บไซต์ฟรี ด้วย Google Site

Google Site คือ เพลตฟอร์มสำหรับสร้างเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ฟรี จาก Google เริ่มต้นได้ง่ายด้วย Template ที่ระบบเตรียมไว้เป็นแนวทาง และยังสามารถจัด Layout ปรับแต่งได้อิสระ

มีโมดูล หรือ วิดเจ็ตเพียงพอต่อการใช้งาน เช่น Text box, Images, Embed, Drive, Content blocks, Table of contents, Button, Divider, Spacer, Social links, Placeholder

และยังสามารถเชื่อมต่อกับเพลตฟอร์มในเครือของ google เอง อย่างเช่น Youtube, Calendar, Map, Docs, Slides, Sheets, forms, Charts

ระบบ Builder ของ Site ผมลองเล่นแล้ว คล้ายๆ ระบบ Block Editor ของ WordPress ใช้งานค่อนข้างง่าย

ตัวอย่างระบบจัดการหลังบ้านเว็บของ Google Site

ตัวอย่างระบบจัดการหลังบ้านเว็บของ Google Site
ตัวอย่างระบบจัดการหลังบ้านเว็บของ Google Site

2. Wix

ออกแบบเว็บไซต์ฟรี ด้วย Wix
ออกแบบเว็บไซต์ฟรี ด้วย Wix

WIX คือ เพลตฟอร์มสำหรับสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูป ก่อตั้งเมื่อ 2006 ทั่วโลกมีคนใช้งานมากกว่า 250ล้านผู้ใช้งาน ระบบ Wix ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับคนทั่วไป

มี Template ให้เลือกใช้หลายร้อยรูปแบบ พร้อมระบบจัดการหน้าแบบ Drag & Drop หรือ ลากๆ วางๆ ไม่รู้การเขียนโค้ด ก็สามารถเรียนรู้ใช้งานได้ไม่ยากนัก เพราะเป็นเพลตฟอร์มที่เกิดมาเป็น ระบบสำเร็จรูปที่แท้ทรู

ตัวอย่างระบบจัดการหลังบ้านเว็บของ Wix

ตัวอย่างระบบจัดการหลังบ้านเว็บของ Wix
ตัวอย่างระบบจัดการหลังบ้านเว็บของ Wix

3. PageCloud

ออกแบบเว็บไซต์ฟรี ด้วย PageCloud
ออกแบบเว็บไซต์ฟรี ด้วย PageCloud

PageCloud คือ เพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์จากแคนาดา มี Template ให้เลือกหลากหลายรูปแบบ แต่ไม่เท่า wix แต่ดีไซน์ที่ให้มาถือว่าสวยใช้ได้เลย มีระบบ PageBuilder แก้ไขหน้าอย่างง่าย

แต่สิ่งที่พิเศษกว่าคือ เหมือนเค้ามีระบบ AI ที่จะมาช่วยเรื่องการคิดข้อความ หาภาพประกอบให้เรา ช่วยประหยัดเวลาในการทำช่วงแรก แต่ระบบ AI น่าจะเหมาะกับเว็บภาษาอังกฤษมากกว่า

ตัวอย่างระบบจัดการหลังบ้านเว็บของ PageCloud

ตัวอย่างระบบจัดการหลังบ้านเว็บของ PageCloud
ตัวอย่างระบบจัดการหลังบ้านเว็บของ PageCloud

4. WordPress.com

ออกแบบเว็บไซต์ฟรี ด้วย WordPress.com
ออกแบบเว็บไซต์ฟรี ด้วย WordPress.com

WordPress (.com) คือ ระบบสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปยอดนิยม มี Template ให้เลือกหลักหมื่นแบบ และส่วนเสริม Plugin เป็นหมื่นตัวเช่นเดียวกัน ครอบคลุมทุกการใช้งานแน่นอน

แต่ขอชี้แจงนิดนึงว่า WordPress จะมี 2 แบบหลักๆ คือ .com กับ .org รบกวนเพื่อนๆ อ่านบทความนี้ครับ ผมอธิบายแบบละเอียดเลยครับ WordPress.org กับ .com ต่างกันอย่างไร?

ซึ่งถ้า .com คือระบบเว็บสำเร็จรูป มีโดเมนโฮสติ้งในแพคเกจเรียบร้อย แต่ถ้าเป็น .org เป็นแบบ Open-Source คือเราต้องเช่าโดเมนโฮสติ้ง ติดตั้งเอง ดูแลเอง เหมือนผมเองก็มีรับทำเว็บไซต์ด้วย WordPress อยู่ ซึ่งใช้แบบ .org เพราะยืดหยุ่นกว่านั้นเองครับ

ตัวอย่างระบบจัดการหลังบ้านเว็บของ WordPress (.com)

ตัวอย่างระบบจัดการหลังบ้านเว็บของ WordPress (.com)
ตัวอย่างระบบจัดการหลังบ้านเว็บของ WordPress (.com)

5. Site123

ออกแบบเว็บไซต์ฟรี ด้วย Site123
ออกแบบเว็บไซต์ฟรี ด้วย Site123

Site123 คือ เป็นระบบสร้างเว็บไซต์ ที่มีระบบ Builder หรือระบบจัดการหน้าใช้ค่อนข้างเรียบง่าย มีเมนูตั้งค่าน้อยไม่ซับซ้อน คนทั่วไปใช้งานได้แน่นอนคับ และยังมีแบบดีไซน์ Template ให้เลือก

ตัวอย่างระบบจัดการหลังบ้านเว็บของ Site123

ตัวอย่างระบบจัดการหลังบ้านเว็บของ Site123
ตัวอย่างระบบจัดการหลังบ้านเว็บของ Site123

6. WebFlow

ออกแบบเว็บไซต์ฟรี ด้วย WebFlow
ออกแบบเว็บไซต์ฟรี ด้วย WebFlow

WebFlow คือ เป็นเครื่องมือสร้างเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ฟรี ที่มีฟังก์ชันการปรับแต่งที่ครบเครื่องมากๆ จัดวาง Layout ได้เกือบทุกรูปแบบ ไม่ต่างอะไรกับ Elementor ของ WordPress เลย

สามารถใส่ Animation เงื่อนไขพิเศษ เชื่อมต่อกับพวก Third-Party ต่างๆ ได้ และยังมีส่วนตั้งค่า SEO ได้ดี เหมาะสำหรับเว็บไซต์ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลางได้เลย

ตัวอย่างระบบจัดการหลังบ้านเว็บของ WebFlow

ตัวอย่างระบบจัดการหลังบ้านเว็บของ WebFlow
ตัวอย่างระบบจัดการหลังบ้านเว็บของ WebFlow

7. Godaddy

ออกแบบเว็บไซต์ฟรี ด้วย Godaddy
ออกแบบเว็บไซต์ฟรี ด้วย Godaddy

Godaddy คือ ผู้ให้บริการจด Domain เบอร์ต้นๆ ของโลกสํญชาติอเมริกัน มีบริการ Hosting และ Web Builder หรือ ระบบสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูป รองรับภาษาไทย

เริ่มต้นได้ง่าย เพราะระบบจะช่วยสร้างหน้าตั้งต้นให้เลย และเลือกเปลี่ยนแบบธีมได้ 100 กว่าแบบ ระบบต่างๆ ใช้งานง่ายสำหรับคนทั่วไป

ตัวอย่างระบบจัดการหลังบ้านเว็บของ Godaddy

ตัวอย่างระบบจัดการหลังบ้านเว็บของ Godaddy
ตัวอย่างระบบจัดการหลังบ้านเว็บของ Godaddy

วิธีเลือกโปรแกรมออกแบบเว็บไซต์ฟรี

7 โปรแกรมสร้างเว็บไซต์ฟรี ที่ผมแนะนำด้านบน ผมคัดสรรเฉพาะตัวที่ดังๆ คนใช้เยอะ เพราะในตลาดจริงๆ มีอีกเพียบเลยครับ เลือกไม่ถูกแน่นอน ฉะนั้นผมเลยคัดมาเฉพาะตัวที่เหมาะกับคนไทย

แต่…แล้วจะเลือกตัวไหนดีละให้เหมาะกับเราที่สุด? คือเวลาเราทำเว็บจริงๆ ตัวฟรีมันก็ใช้ได้ระดับนึง แต่ถ้าอยากได้การปรับแต่งที่มากขึ้น และใช้ชื่อเว็บที่สวยๆ แนะนำให้อัพเกรดเป็นแบบพรีเมี่ยม

แต่ละตัวจะแตกต่างกันในส่วน ราคา, ระบบ Builder ในการจัดหน้า, ความยากง่ายในการใช้งาน

หรือถ้าจะให้ผมแนะนำ ให้เรียงลำดับตามนี้ครับ

  1. WordPress.com
  2. Wix
  3. Google Site
  4. Godaddy
  5. WebFlow
  6. Site123
  7. PageCloud

ข้อเสียของเพลตฟอร์มออกแบบเว็บไซต์ฟรี

  • มีข้อจำกัด : ตัวเวอร์ชั่นฟรีมีข้อจำกัดหลายอย่าง แล้วแต่ยี่ห้อ ถ้าอยากปรับแต่งได้มากขึ้น จำเป็นต้องอัพเกรดเป็นแบบพรีเมี่ยม
  • บางตัวใช้งานยาก : ถ้าตัวที่มีฟีเจอร์เยอะๆ ครบๆ แน่นอนครับก็ต้องแลกมาด้วยความยุ่งยากในการใช้งาน ต้องเรียนรู้เยอะ แต่ถ้าตัวไหนที่มีฟีเจอร์ปรับแต่งน้อย ก็จะง่ายตามครับ
  • ตัวพรีเมี่ยม จ่ายเท่ากันทุกปี : สมมติเราใช้แพคเกจที่ราคา 5พัน/ปี หมายความว่า เราต้องจ่ายเท่ากันทุกๆ ปี ต่างกับจ้างออกแบบเว็บ แต่ละปีจ่ายแค่ค่า Domain & Host แค่ 1-2,000บาท/ปี
  • ไม่มีความเป็นเจ้าของแบบ 100% : หากเราไม่ได้ต่ออายุ ข้อมูลของเราก็จะถูกลบทิ้ง แต่ถ้าเราจ้างออกแบบเว็บเอง เรายังสามารถ BackUp เว็บเก็บไว้ได้อยู่

สรุปปิดท้าย

หวังว่า 7 เครื่องมือออกแบบเว็บไซต์ฟรี ที่ผมแนะนำไป จะสามารถทำให้เพื่อนๆ นำไปต่อยอดสร้างเว็บไซต์แบบ No-Code ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เหมาะมากๆ สำหรับมือใหม่ที่เริ่มหัดทำเว็บ หรือ ธุรกิจที่อยากทำเว็บด้วยตัวเอง

แต่ถ้าเพื่อนๆ อยากได้เว็บแบบดูพรีเมี่ยมมากขึ้น มี 2 วิธีครับ คือ

  • ใช้เครื่องมือที่ผมแนะนำไป แล้วอัพเกรดเป็นแบบพรีเมี่ยม เราจะสามารถใช้ Template สวยๆ และปรับแต่งได้แบบจุใจได้เลย
  • แต่ถ้าอยากได้แบบ ออกแบบสวยเข้ากับ CI บริษัท หรือ สินค้าบริการ หรือที่เรียกว่าแบบ Custom Design ผมคงแนะนำให้จ้างบริษัทออกแบบเว็บมืออาชีพดีกว่าครับ เจ็บแต่จบครับ