ทำโฆษณา คือสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจยุคนี้ เพราะการจะขายสินค้าหรือบริการได้ ต้องทำให้คนรู้จักก่อน แต่โฆษณา Google Ads กับ Facebook Ads อันไหนดีหล่ะ ?
วันนี้เรามีวิธีเลือกอย่างละเอียดว่าธุรกิจของเราควรลงทุนทำโฆษณาที่ไหนก่อน และทำยังไงให้ได้ยอดขายและกำไร
โฆษณา Google Ads คืออะไร ?
คือ การทำให้เว็บไซต์ของเราแสดงผลบนแพลตฟอร์มของ Google ด้วยวิธีที่รวดเร็ว
Google Search ครองส่วนแบ่ง 97% ในประเทศไทย
Statcounter
ด้วยจำนวนผู้ใช้มากมายบน Google จึงเป็นเหตุผลที่เราควรโฆษณาบน Google
ประเภทแคมเปญ Google Ads

การทำโฆษณา Google Ads เราต้องเข้าใจประเภทแคมเปญก่อนว่า แต่ละตัวสร้างโฆษณาในรูปแบบใด และเราต้องการให้เว็บเราโชว์ที่ไหน ใน Google Ads แบ่งประเภทแคมเปญได้ 8 ประเภทดังนี้
แคมเปญค้นหา (Search Campaign) : คือโฆษณาข้อความที่แสดงผลบน Google เหมาะธุรกิจที่ต้องการให้ค้นหาแล้วขึ้นหน้าแรก Google Search
แคมเปญดิสเพลย์ (Display Campaign) : คือโฆษณาแบบรูปภาพ หรือแบนเนอร์ที่แสดงผลเครือข่ายเว็บของ Google (GDN network) เหมาะกับการทำโปรโมชั่น โปรโมตสินค้าใหม่ ให้คนมองเห็นเยอะๆ
แคมเปญ Demand Gen (Demand Gen Campaign) : คือโฆษณาผสม รูปภาพ วิดีโอ ภาพสไลด์ แสดงผลบน YouTube, Gmail, Google Discovery เหมาะกับการโปรโมต ให้คนที่เคยเข้าเว็บไซต์ติดต่อเข้ามา หรือกรอกฟอร์ม
แคมเปญ Performance Max : คือแคมเปญที่สร้างได้ทุกโฆษณาไม่ว่าจะเป็น ข้อความใน Google Search, รูปภาพแบนเนอร์บนเว็บไซต์, วิดีโอบน YouTube, โฆษณาส่งทาง Gmail, ร้านแนะนำบน Google Map เหมาะกับทุกธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องการให้คนเข้าไปหน้าร้าน
แคมเปญ Shopping (Shopping Campaign) : คือโฆษณาที่แสดงรูปสินค้าใน Google Search เหมาะกับเว็บไซต์ E-commerce หรือเว็บที่สามารถซื้อจบโดยไม่ต้องติดต่อแอดมิน
แคมเปญวิดีโอ (Video Campaign) : คือโฆษณาวิดีโอที่จะแสดงบน YouTube, เครือข่ายวิดีโอของ Google เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการโปรโมตสินค้าหรือบริการให้คนเห็นจำนวนมากในรูปแบบวิดีโอ
แคมเปญแอป (App Campaign) : คือโฆษณารูปแบบรูปภาพหรือวิดีโอผสมผสานกัน โดยจะแสดงบนแพลตฟอร์มของ Google ทั้งหมด เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการโปรโมตแอปพลิเคชันให้คนติดตั้งหรือให้คนซื้อของบนแอป
แคมเปญสมาร์ท (Smart Campaign) : คือโฆษณารูปแบบข้อความที่สามารถแสดงผลบน Google Search, Google Maps, YouTube, Gmail และเครือข่ายพาร์ทเนอร์ของ Google เหมาะสำหรับธุรกิจที่พึ่งเริ่มทำโฆษณาบนแพลตฟอร์มของ Google
โฆษณา Facebook Ads คืออะไร ?
คือการโปรโมติเพจ เว็บไซต์ให้ผู้คนในแพลตฟอร์ม Facebook ได้รู้จักผ่านโฆษณารูปแบบ ฟีด วิดีโอ สเตอรี่ ข้อความ
คนไทยเข้าถึง Facebook มากกว่า 49 ล้านคน
Facebook
นอกเหนือจากจำนวนผู้ใช้มากในประเทศแล้ว จำนวนช่วงโมงที่คนไทยใช้เวลาบน Facbeook มากติดอันดับต้นๆ เช่นกัน ด้วยเหตุนี้เราจึงควรทำโฆษณา Facebook Ads
ประเภทแคมเปญ Facebook Ads

ก่อนเราจะทำโฆษณา Facebook Ads ต้องเข้าใจประเภทแคมเปญ หรือวัตถุประสงค์ของการทำโฆษณาก่อนว่าเราต้องการแบบใด ใน Facebook Ads มี 6 ประเภทแคมเปญดังนี้
แคมเปญการรับรู้ (Awareness) : คือการโปรโมตโฆษณาเพื่อให้เข้าถึงผู้คนมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อให้คนจำแบรนด์ของคุณผ่านโฆษณารูปแบบวิดีโอ รูปภาพสไลด์ คอเลคชั่นรูป เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการเปิดตัวให้คนรู้จักมากขึ้น
แคมเปญจำนวนผู้เข้าชม (Traffic) : คือการโปรโมตเพจหรือเว็บไซต์ เพื่อให้คนคลิกลิงก์ปลายทาง เข้าเว็บไซต์มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการให้มีคนคลิกเพจ เข้าเว็บไซต์มากที่สุด
แคมเปญการมีส่วนร่วม (Engagement) : คือการโฆษณาเพื่อให้คนทำกิจกรรมบางอย่างบนโฆษณา เช่น คอมเม้น ตอบกลับหลังดูวิดีโอ ทักข้อความ เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการให้คนเห็นแบรด์แล้วทำกิจกรรมกับแบรนด์
แคมเปญข้อมูลลูกค้า (Leads) : คือการทำโฆษณาเพื่อให้ลูกค้ากรอกข้อมูลแบบฟอร์ม ลงทะเบียน เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการขอข้อมูลเพื่อทำกิจกรรมต่อ
แคมเปญการโปรโมทแอพ (App promotion) : คือการทำโฆษณาเพื่อให้คนเห็นแอปของคุณ เน้นให้คนติดตั้งและซื้อของในแอป เหมาะกับธุรกิจที่พึ่งสร้างแอปและอยากให้เป็นที่รู้จัก
แคมเปญยอดขาย (Sales) : คือการทำโฆษณาแคตตาล็อกรูปภาพ วิดีโอ เพื่อให้เกิด Conversion ยอดขายมากที่สุด เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการเพิ่มยอดขายบนเว็บ บนเพจ
เพื่อนๆ สามารถกดทำ Facebook Ads ได้จากลิงก์นี้
ข้อดี ข้อเสีย Google Ads และ Facebook Ads
การทำโฆษณาบน Google Ads หรือ Facebook Ads ต่างมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันไป จากที่ทำโฆษณาทั้งสองแพลตฟอร์ม พอสรุปได้ดังนี้
ข้อดี Google Ads
- ควบคุมการตั้งค่าได้อิสระ คียเวิร์ด เวลา สถานที่แสดง จำนวนครั้ง
- มีแคมเปญครบทุกเป้าหมายของธุรกิจ
- Google Search ยังคงเป็นที่หนึ่งของการหาข้อมูล
- YouTube เป็นเว็บหรือแอปอันดับหนึ่งที่คนไทยใช้เวลานานที่สุด
ข้อเสีย Google Ads
- ใช้เวลาในการเรียนรู้ก่อนแคมเปญจะวิ่ง
- การตั้งค่าค่อนข้างมาก
- ต้องยินยันข้อมูลหลายอย่างก่อนเริ่มโฆษณา
- ต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์มาก
ข้อดี Facebook Ads
- AI ค่อนข้างฉลาดขึ้น
- ตั้งค่าโฆษณาง่าย บนมือถือทำได้
- คนเล่น Facebook เยอะ โอกาสมองเห็นง่าย
- UI ดี คนสนใจทักข้อความและปิดการขายได้เลย
ข้อเสีย Facebook Ads
- เจอบอตค่อนข้างบ่อยเวลาทำโฆษณา
- Ads นางฟ้าเจอยาก ต้องทดสอบหลายๆ ครั้ง
- ตั้งค่าได้ไม่ละเอียดมาก
- ไม่เหมาะกับทุกธุรกิจ
แล้วเลือกทำโฆษณาบนไหนดี ?
เทคนิคเลือกทำโฆษณาให้มีประสิทธิภาพ ได้ยอดขาย ยอดคนติดต่อ ประหยัดเงิน ควรพิจารณาตามเกณฑ์ต่อไปนี้
- ธุรกิจจะใช้เว็บไซต์หรือใช้เพจ Facebook ในการทำโฆษณา ?
การทำ Google Ads ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดควรใช้เว็บไซต์ เพราะการแข่งเพื่อให้โฆษณาขึ้นโชว์ มีการให้คะแนนเว็บไซต์ด้วย ถ้าเว็บไซต์ดี โฆษณาจะดีตาม
ถ้าแบรนด์มีเพียงเพจ Facebook แนะนำให้เลือกทำ Facebook Ads ดีกว่า

กรณีที่อยากทำ Google Ads แต่ไม่มีเว็บไซต์ สามารถทักปรึกษาทำเว็บกับทีมงานเราได้ เรามีประสบการณ์ทำเว็บเพื่อ Google Ads
- ธุรกิจเป็นแบบความต้องการด่วนหรือไม่ ?
ธุรกิจประเภทอาชีพหรือบริการเฉพาะทาง เช่น ช่างไฟ ช่างเชื่อม ช่างซ่อมบ้าน ช่างประปา ช่างรถยนต์ ควรทำ Google Ads เพราะลูกค้าจะค้นหาเมื่อเขามีความต้องการด่วน
การทำโฆษณา Facebook Ads สำหรับธุรกิจประเภทนี้อาจได้ประสิทธิภาพน้อยกว่า
- ต้องการควบคุมการตั้งค่าแบบละเอียดหรือเน้นใช้ AI ?
ก่อนเลือกว่าจะทำโฆษณา Google Ads หรือ Facebook Ads ดี เพื่อนๆ ควรตรวจสอบลักษณะของกลุ่มเป้าหมาย หรือลูกค้าเราว่า มีลักษณะแบบใด
หากมีลักษณะเฉพาะที่เราต้องการควบคุมเอง ไม่อยากให้ AI มาควบคุมมากนั้น แนะนำให้เลือกทำ Google Ads เพราะเราเลือกแคมเปญตามใจต้องการและคุมการตั้งค่าได้ละเอียกว่า
แต่หากลุ่มลูกค้าของเพื่อนๆ เป็นลักษณะกว้างๆ หรือมีลักษณะร่วมค่อนข้างเยอะ และไม่อยากจะควบคุมมาก แนะนำให้ทำ Facebook Ads
- กลุ่มลูกค้าอยู่ที่แพลตฟอร์มไหนเป็นหลัก ?
เพื่อนๆ ควรวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าว่า เขาใช้เวลาอยู่บนแพลตฟอร์มไหนเป็นหลัก
มีพฤติกรรมในการซื้อสินค้าหรือเลือกใช้บริการแบบใด ผ่านการดูบน Facebook หรือชอบค้นหาเองบน Google Search
หากได้ข้อสรุปตรงนี้แล้ว เพื่อนๆ ก็ควรนำตัวเองไปอยู่บนแพลตฟอร์มนั้น กรณีที่ลูกค้าอยู่ทั้งสอง อาจต้องแบ่งงบทำโฆษณาตามสัดส่วนที่เราได้ข้อมูลมาครับ
สรุป
การเลือกทำโฆษณา Google Ads กับ Facebook Ads ควรพิจารณาหลายอย่าง เช่น เว็บไซต์มีไหม หรือใช้แค่เพจ Facebook
ลูกค้าใช้เวลาอยู่บนแพลตฟอร์มไหนเป็นหลัก มีพฤติกรรมการซื้อของแบบไหน ต้องการควบคุมการตั้งค่าเอง หรือเน้นใช้ระบบ AI ในการส่งโฆษณา
เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว สามารถเริ่มทำโฆษณาเพื่อเพิ่มยอดขาย ยอดการติดต่อได้เลย
แต่หากตัดสินใจได้แล้ว แต่ไม่มั่นใจเรื่องการตั้งค่า ทักปรึกษาทำโฆษณา กับทีมงานเราได้ เรามีทีมที่ดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ